USA

Free Seminar ศึกษาต่อประเทศอเมริกา

posted on 27 Oct 2009 15:34 by learningcurve  in USA

Learning Curve ร่วมกับ สถาบัน Intrax
ขอเชิญท่านผู้ที่สนใจ ร่วมงานศึกษาต่อประเทศในงาน
 Internation Education EXPO 2009 Bangkok (OCSC Fair) 
ที่ สยามพารากอนฮอล์ 

พิเศษ ฟรีค่าสมัครเรียน และรับส่วนลดค่าเรือน 25% เมื่อสมัครเรียนในงาน และยืนยันก่อน 30 พ.ย. 52 พร้อมโอกาสชิงทุนเรียนฟรี 4 สัปดาห์ง่ายๆ เพียงแวะ มาพบกันที่
บูท P14

 


 Contra Costa College (CCC) และ Diablo Valley College (DVC) ร่วมกับ Learning Curve จัดสัมมนาในหัวข้อ

"CCC และ DVC ทางลัดสู่มหาวิทยาลัย Top 100 ในอเมริกา"


  • มารู้จักระบบการศึกษาของ Community College ในอเมริกาที่จะทำให้น้อง ๆ มีโอกาสเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของอเมริกาได้ง่ายขึ้น
  • DVC เป็น College ที่มีการโอนนักเรียนเข้าเรียนที่ UC Berkeley มากที่สุดในอเมริกา
  • ค้นพบกับโอกาสและวิธีในการโอนหน่วยกิตจาก College เข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำ
  • นอกจาก UC Berkeley แล้ว นักเรียนยังสามารถโอนหน่วยกิจเข้าเรียนปี 3 ในมหาวิทยาลัยชั้นนำอื่น ๆ เช่น MIT, UCLA, etc.
  • ประหยัดค่าเรียนมากกว่า 70% เมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ ในช่วง 2 ปีแรกที่เข้าเรียนใน College (ประมาณ 2.5 แสนต่อปี)
  • โอกาสโอนหน่วยกิตเข้าสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำมีมากกว่าได้รับการตอบรับจากการสมัครตรงจากประเทศไทย
  • สภาพแวดล้อมในการเรียนที่เป็นกันเอง เหมาะแก่การปรับตัวในช่วง 2 ปีแรก
  • ขนาดชั้นเรียนเล็กและอาจารย์ที่เอาใจใส่
  • TOEFL 500 สำหรับ DVC ส่วน CCC ไม่จำเป็นต้องมี TOEFL
  • สำหรับน้องที่ต้องการสมัคร เพียงจบระดับม. 6 หรือ เทียบเท่า ก็สมัครได้เลย
  • มีสาขาวิชาให้เลือกเรียนมากมายรวมทั้ง Business และ Engineering 

    สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจ กรุณานำ transcript และผลสอบ TOEFL (ถ้ามี) มาในงานสัมมนา เพื่อประเมินผลในการเข้าเรียนต่อ

    วันที่สัมมนา: วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2552
    เวลาสัมมนา: 13.00-17.00 น.
    สถานที่สัมมนา: ห้องสุขุมวิท ชั้น 2 โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท (ระหว่างสุขุมวิทซอย 12 และ 14 หรือ BTS อโศก

    ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโทร 02-943-8380 หรือ 

    สำรองที่นั่ง online คลิกที่นี่ 

  • San Francisco น่าอยู่ - 8

    posted on 02 Jul 2009 15:25 by learningcurve  in USA


    เที่ยว San Francisco ยังไงให้สนุก

     

    ถ้าคุณมีเวลาน้อย วิธีการท่องเที่ยวใน San Francisco ที่ง่ายที่สุดคือขึ้นรถไฟบนดินสาย F ที่จะวิ่งบน Market Street โดยเริ่มตั้งแต่ Castro Street ตัดกับ Market Street ไปสุดที่ Pier 39 ตลอดสายคุณจะได้เห็นเมือง San Francisco ที่น่ารัก และ Downtown ที่วุ่นวาย รถไฟสาย F นี้เขาใช้รถไฟเก่าจากเมืองต่าง ๆในอเมริกา และจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก แต่ละคันก็จะมีสีสันและรูปลักษณ์ที่โดดเด่นแตกต่างกันออกไป

    เมื่อได้เห็นวิถีชีวิตของคนบน Market Street แล้วก็ลองมาขึ้นรถรางตรงหัวถนน Powell Street ตัดกับ Market Street ดู ทุกสายจะไปสุดถนนในย่าน Fisherman’s Wharf การนั่งรถรางถือเป็นสิ่งที่ต้องทำสักครั้งถ้าได้มาเที่ยวที่นี่ เพราะว่ารถรางนี้จะวิ่งขึ้นลงเขาโดยไม่ใช้น้ำมันได้อย่างน่าทึ่ง ที่สำคัญคุณจะผ่านไปตามย่านท่องเที่ยวสำคัญ ๆ เช่น China Town, Lombard Street อีกทั้งยังได้เห็นบ้านเรือนหลากสีที่เรียงรายไปตามถนนที่ลดหลั่นกันไปดูสวยงามมากทีเดียว

    "การเดินทางใน San Francisco ง่ายมาก ไม่ต้องมีรถก็เที่ยวและอยู่ได้อย่างสบาย"

    นอกจากแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่ได้พูดถึง San Francisco ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากรวมถึงพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้กล่าวถึง เช่น Asian Art Museum และ SF Museum of Modern Art ที่เข้าฟรีทุกวันอังคารแรกของเดือน, ย่าน Nob Hill ที่อยู่ใกล้ Downtown ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Fairmont Hotel ที่เก่าแก่ของเมืองนี้, Japan Town ที่เป็นแหล่งรวมชาวญี่ปุ่นและร้านอาหารญี่ปุ่นมากมาย, Castro Street แหล่งรวมร้านค้า ร้านอาหาร Fusion และเหล่า Gay, Lesbian, นอกจากนี้ยังมีแหล่ง Shopping เก๋ ๆ อีกหลายแหล่งเช่น Haight Street, Fillmore Street, Noe Street, Union Street, Chestnut Street และอีกมากมาย ใครชอบ Shopping ขอแนะนำให้เดินให้ครบทุกแหล่งเพราะว่าแต่ละแหล่งจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าสนใจมาก ๆ ถ้ามีเวลาแล้วจะมาพูดถึงย่านต่าง ๆ เพิ่มเติมให้ละกัน

    การเดินทางใน San Francisco ก็สะดวกมาก ๆ ถ้ามาอยู่ที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีรถก็ได้ รถประจำทางที่เรียกว่า MUNI ก็มีหลายประเภทให้เลือก ทั้งรถเมล์ รถไฟใต้ดิน รถไฟบนดิน หรือถ้าจะไปนอกเมืองก็มีรถไฟด่วนใต้ดินที่เรียกว่า BART ให้บริการอีกด้วย ใครที่อยากไปเรียนที่ San Francisco แล้วต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก็ติดต่อเข้ามาคุยกันได้นะ

    อุณหภูมิเฉลี่ย

      Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec Year
    °C 10.6 12.4 12.7 13.3 13.6 14.6 15.0 15.6 16.8 16.6 14.0 10.9 13.8
    °F 51.1 54.3 54.9 55.9 56.5 58.3 59.0 60.1 62.2 61.9 57.2 51.6 56.8

    โรงเรียนที่เปิดสอน

     American Academy of English, San Francisco

     EF International Language School, San Francisco

     GEOS Language Institute, San Francisco

     Intrax International Institute, San Francisco

     

    San Francisco น่าอยู่ - 7

    posted on 01 Jul 2009 22:33 by learningcurve  in USA
    Golden Gate Park, ปอดของชาว San Francisco

     

    เมื่อพูดถึง Golden Gate Bridge บางคนอาจสับสนกับ Golden Gate Park ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดใน San Francisco ทั้ง 2 แห่งเป็นคนละที่กันเลยแต่ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมด้วยกันทั้งคู่ Golden Gate Park กินเนื้อที่ประมาณ 1.5 ตารางไมล์ ซึ่งจัดเป็นปอดของชาวเมืองนี้เลย ในช่วงตอนเย็นและวันหยุด ชาวเมืองจะหลั่งไหลมาที่นี่เพื่อออกกำลังกาย ทั้ง jocking, rollerblade, เล่น volleyball, พายเรือเล่น หรือขี่จักรยานในสวน

    นอกจากจะมีต้นไม้และสถานที่พักผ่อนแบบธรรมชาติแล้ว ยังมีพิพิธภัณฑ์ทางวิทยาศาสตร์และสิ่งมีชีวิต (Academy of Sciences)ที่จะมีสัตว์น้ำและตู้ปลาจำนวนมาก เช่น บ่อน้ำวนขนาดใหญ่ที่มีปลาซาร์ดีนว่ายเวียนกันเป็นฝูงที่หาดูไม่ได้ง่ายนัก (ที่นี่เข้าฟรีทุกวันพุธต้นเดือน) ส่วนศูนย์พฤกษชาติ (Botanical Garden) ก็มีต้นไม้แปลก ๆ จากทั่วโลกอีกด้วย และยังมี Conservatory of Flowers (เข้าฟรีทุกวันอังคารต้นเดือน) ที่เป็นแหล่งรวมดอกไม้สวยงามมากมายและยังจัดสวนดอกไม้อย่างสวยสดงดงามให้ชมกันอีกด้วย โครที่ชอบดูดอกไม้ก็อย่าลืมมาแวะที่นี่ก็ละกัน ส่วนทางทิศตะวันตกของ park ที่ติดกับ Ocean Beach ก็ยังมีสวนดอกทิวลิปที่จะออกดอกสวยงามให้ได้ชมกันเฉพาะช่วงเดือน เมษายน ถึง พฤษภาคมเท่านั้น 

    "Golden Gate Park เป็นสวนสาธารณะแห่งความรู้และการพักผ่อน"


    อีกส่วนที่จะไม่พูดไม่ได้คือ Japanese Tea Garden ที่เป็นสวนสไตล์ญี่ปุ่น มีทั้งบ่อปลาคาร์พ สวนไผ่และสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นโบราณมากมาย แต่ที่นี่จะต้องเสียค่าเข้าชมด้วยแล้วก็เปิดปิดเป็นเวลา (เสียใจด้วย ไม่มีวันเข้าฟรี) ใครอยากชมก็เช็คเวลาดูก่อนละกัน และส่วนสุดท้ายที่อยากจะพูดถึงใน park นี้ก็คือ ฝูงควาย bison ที่ทาง park จัดให้อยู่ในคอกอย่างเป็นสัดส่วน ที่นี่ก็ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากทีเดียวซึ่งต่างก็มาดูควายที่หาดูได้ยาก เพราะฝูงควายเหล่านี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในป่าลึก ดังนั้นคุณจะได้สัมผัสกับความรู้สึกที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่าง

     

    กลับไปหน้าหลัก 

    learningcurve View my profile